ขั้นตอนการทำสบู่จากโซดาไฟ

แชร์ให้เพื่อน :

ขั้นตอนการทำสบู่จากโซดาไฟ

โซดาไฟ หรือ (Sodium Hydroxide) ใช้ทำสบู่ได้

สบู่ก้อนที่เราใช้งานกันส่วนมาก ในท้องตลาดบางครั้งจะมีส่วนผสมของโซดาไฟ เพราะโซดาไฟทำปฏิกิริยากับน้ำมัน ทำให้ได้ก้อนสบู่ ที่สามารถใช้งานทำความสะอาดได้

วันนี้เรามีวิธีการทำสบู่ จากโซดาไฟ และน้ำมันมาฝากกันครับ

 

วิธีทำสบู่โดยใช้โซดาไฟเกล็ด หรือ โซดาไฟไข่มุก

การทำสบู่โดยใช้ โซดาไฟเกล็ด หรือโซดาไฟไข่มุก เป็นขั้นตอนการทำสบู่แบบเย็น ซึ่งเป็นวิธีการผสมไขมันกับด่างโซดาไฟเพื่อให้เกิดกระบวนการ Saponification จนได้สบู่ ที่จับตัวเป็นก้อน ที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

วัตถุดิบ

  • น้ำมันพืชหรือไขมันจากสัตว์ (เช่น น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันปาล์ม, น้ำมันมะกอก)
  • โซดาไฟเกล็ด หรือโซดาไฟไข่มุก (Sodium Hydroxide – NaOH)
  • น้ำสะอาด
  • น้ำหอมกลิ่นต่างๆ เช่น น้ำมันหอมระเหย กลิ่นตามต้องการ, สมุนไพรผง เช่นขมิ้น, ใบเตย, นมสด, น้ำผึ้ง
  • สีผสมอาหาร (สำหรับความต้องการให้สบู่มีสีสันสวยงาม)

 

อุปกรณ์

  • ถุงมือยางและแว่นตานิรภัย
  • ภาชนะทนความร้อน สำหรับผสมโซดาไฟกับน้ำ
  • ถ้วยตวงและเครื่องชั่งดิจิทัล
  • หม้อสแตนเลส สำหรับผสมน้ำมัน
  • ไม้พาย
  • แม่พิมพ์ (พลาสติก, ซิลิโคน หรือไม้)
  • เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ

7 ขั้นตอนการทำสบู่ฉบับเข้าใจง่าย

* สวมถุงมือและแว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันอันตรายจากโซดาไฟ

 

1. เตรียมน้ำโซดาไฟ

  1. ค่อยๆ เทโซดาไฟลงในน้ำสะอาด คนให้ละลายจนใส
    หมายเหตุ: สารละลายจะร้อนและมีควัน (ควรทำในที่อากาศถ่ายเท) จากนั้นวางพักไว้ให้อุณหภูมิลดลงเหลือประมาณ 40-50°C

 

2. เตรียมน้ำมัน

  1. ผสมน้ำมันตามสูตร (เช่น น้ำมันมะพร้าวเพื่อฟอง, น้ำมันมะกอกเพื่อบำรุงผิว)
  2. อุ่นน้ำมันให้มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับน้ำโซดาไฟ (40-50°C)

 

3. ผสมให้เข้ากัน

  1. ค่อยๆ เทน้ำโซดาไฟลงในชามน้ำมัน
  2. ใช้เครื่องปั่นมือถือ หรือไม้พายคนจนส่วนผสมเริ่ม “ข้นหนืด” (ลักษณะคล้ายนมข้นหรือสังขยา)

 

4. ใส่กลิ่นและสี

  1. เติมน้ำมันหอมระเหย สี หรือสมุนไพรผงตามชอบ
  2. รีบคนให้เข้ากัน เพราะขั้นตอนนี้สบู่จะเริ่มแข็งตัวเร็วขึ้น

 

5. เทใส่แม่พิมพ์

  1. เทสบู่ลงในแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้
  2. ยกแม่พิมพ์กระแทกโต๊ะเบาๆ 2-3 ครั้ง เพื่อไล่ฟองอากาศออก

 

6. พักให้สบู่แข็งตัว

  1. ตั้งทิ้งไว้ในที่แห้ง 24-48 ชั่วโมง จนสบู่แข็งตัวพอที่จะแกะออกจากแม่พิมพ์ได้
  2. นำมาตัดเป็นก้อนขนาดตามต้องการ

 

7. การบ่มสบู่

  1. วางสบู่ไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่โดนแดดจัด
  2. รอ 46 สัปดาห์: เพื่อให้ค่า pH ลดลงจนอ่อนโยนต่อผิว และให้น้ำระเหยออกจนสบู่แข็งแรง ใช้ได้นาน

 


แนะนำโซดาไฟสำหรับใช้ทำสบู่

แชร์ให้เพื่อน :

ราคากรดเกลือ 5 เมษายน 2569

แชร์ให้เพื่อน :

ราคากรดเกลือ 35%

อัพเดทราคา กรดเกลือ
วันที่ 05-04-2569 (5 เมษายน 2569)

  •  275 บาท / ถัง | 30 ถัง | ส่ง กทม / ปริมณฑล
  • 250 บาท / ถัง | 50 ถังขึ้นไป | ส่ง กทม / ปริมณฑล

จำนวนการสั่งซื้อ (ถัง)

ราคาต่อหน่วย (บาท/ถัง)

พื้นที่จัดส่ง

30 ถัง

275 บาท

กรุงเทพฯ และปริมณฑล | ค่าขนส่งต่างจังหวัด สอบถามทางเซลล์

50 ถังขึ้นไป

250 บาท

กรุงเทพฯ และปริมณฑล | ค่าขนส่งต่างจังหวัด สอบถามทางเซลล์

 

* สาเหตุที่ปรับราคากรดเกลือ

1. ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แบบมีนัยสำคัญต่อค่าขนส่ง
2. ราคาถังพลาสติก มีการปรับขึ้น
3. ราคานี้เป็นราคาส่ง กทม / ปริมณฑล ลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด สอบถามค่าขนส่งทางเซลล์


แชร์ให้เพื่อน :

โซดาไฟสำหรับทำสบู่ เลือกอย่างไร?

แชร์ให้เพื่อน :

โซดาไฟสำหรับทำสบู่ เลือกอย่างไร?

สำหรับโรงงานทำสบู่ แบบ Homemade ทำอยากทำแบรนด์สบู่ หรือทำลองใช้เอง แต่ยังมีความสงสัยว่าจะเลือก โซดาไฟ แบบไหนมาใช้ วันนี้ผมมีข้อแนะนำมาฝากครับ

คุณสมบัติของโซดาไฟที่เหมาะสำหรับทำสบู่

1. ความบริสุทธิ์ หรือความเข้มข้น ของโซดาไฟ

  • โซดาไฟควรมีความบริสุทธิ์ 98–99% ขึ้นไป โดยเลือกยี่ห้อที่มีความบริสุทธิ์ เท่านี้
  • หากความบริสุทธิ์ต่ำกว่านี้ สบู่อาจไม่แข็งตัว หรือมีด่างเกินเหลืออยู่ ซึ่งระคายเคืองผิวได้
  • ต้องระบุ % ชัดเจนบนฉลาก หรือ ในใบ COA

2. รูปแบบทางกายภาพ

  • เกล็ด (Flakes) หรือ ไข่มุก แนะนำที่สุด ละลายน้ำได้สม่ำเสมอ ชั่งน้ำหนักแม่นยำ
  • โดยทั่วไปจะใช้โซดาไฟไข่มุก ในการทำสบู่

3. ความชื้นของโซดาไฟ

  • ควรเลือกที่บรรจุในภาชนะ ปิดสนิท กันอากาศ และกันความชื้น
  • เมื่อซื้อมาแล้วควรเก็บในกล่องหรือถุงซิปล็อกทันที

4. เกรดของผลิตภัณฑ์

  • อย. โซดาไฟ AGC ได้รับมาตรฐาน อย. จึงเหมาะที่สุด สำหรับสบู่สัมผัสผิว
  • NSF โซดาไฟไต้หวัน ได้รับมาตรฐาน NSF ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ที่น่าเชื่อถือ

5. แหล่งที่มาและการรับรอง

  • ควรซื้อจากผู้จำหน่ายที่ระบุแหล่งผลิตและมี Certificate of Analysis (CoA) ให้ได้
  • COA จะระบุ % ความบริสุทธิ์จริง และสารปนเปื้อนที่ตรวจพบ
  • หลีกเลี่ยงโซดาไฟที่ไม่มีฉลากหรือซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

 

สรุป:

โซดาไฟที่เหมาะสำหรับทำสบู่ ต้องมีความบริสุทธิ์ 98%- 99% มาในรูปเกล็ดหรือไข่มุก เช่นโซดาไฟเกล็ด หรือ โซดาไฟไข่มุก มาในรูป แบบถุงกระสอบ และได้เกรด อย. หรือ Cosmetic Grade หรือ Food Grade โดยสามารถสอบถามข้อมูลแบบละเอียดได้ทางผู้จัดจำหน่าย

โซดาไฟที่แนะนำสำหรับทำสบู่



แชร์ให้เพื่อน :

อัพเดทราคาโซดาไฟ วันที่ 31-03-2569

แชร์ให้เพื่อน :

อัพเดทราคาโซดาไฟ
วันที่ 31-03-2569

  • โซดาไฟเกล็ด 99% จีน “31.75 + 7% (vat)”
  • โซดาไฟเกล็ด 98% ไต้หวัน “35.50 + 7% (vat)”
  • โซดาไฟไข่มุก 99% ไต้หวัน –
  • โซดาไฟเกล็ด 98% AGC (ไทย) “35.0 + 7% (vat)”
  • โซดาไฟไข่มุก 99% AGC (ไทย) –

แชร์ให้เพื่อน :

ข้อมูลควรรู้ก่อนสั่งซื้อโซดาไฟ (Caustic Soda)

แชร์ให้เพื่อน :

ข้อมูลควรรู้ก่อนสั่งซื้อโซดาไฟ (Caustic Soda)

ก่อนสั่งซื้อโซดาไฟ ควรดูข้อมูลอะไรบ้าง

  • ชนิดของโซดาไฟ โซดาไฟมี 3 ชนิดที่ขายในท้องตลาดดังนี้
    – แบบเกล็ด (Flakes): ละลายน้ำได้ดี จัดเก็บง่าย นิยมใช้ทั่วไป
    – แบบไข่มุก (Micropearls): ฝุ่นน้อยกว่าแบบเกล็ด ละลายน้ำได้ดี
    – แบบน้ำ (Liquid ): ความเข้มข้น 50% เป็นของเหลวแบบน้ำ ใช้งานง่ายไม่ต้องผสมเอง แต่ต้องคำนวณเรื่องค่าขนส่งน้ำหนักน้ำที่เพิ่มขึ้น
  • ความเข้มข้น : โดยทั่วไปแบบแห้งจะอยู่ที่ 98-99% และแบบน้ำ 50%
  • ตรวจสอบ COA (Certificate of Analysis): ใบรับรองผลการวิเคราะห์สารเคมีในล็อตนั้นๆ เพื่อยืนยันว่าความเข้มข้นและสิ่งเจือปนเป็นไปตามมาตรฐานที่ตกลงกัน
  • ตรวจสอบ SDS (Safety Data Sheet): เอกสารข้อมูลความปลอดภัย (ชื่อเดิมคือ MSDS) ซึ่งกฎหมายบังคับให้โรงงานต้องมีไว้ครอบครอง เพื่อใช้ในการอบรมพนักงานและรับมือเหตุฉุกเฉิน
  • การจัดเก็บ: โซดาไฟควรเก็บในที่แห้ง ปิดปากถุงให้สนิท ป้องกันโซดาไฟจับตัวเป็นก้อน
  • หากต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร/น้ำดื่ม ควรเลือกโซดาไฟ AGC (ไทย) ที่มีทั้ง อย. , NSF หรือไต้หวันที่มีใบรับรอง NSF แทน
  • แหล่งผลิต : สินค้าจากในไทย AGC, จีน หรือไต้หวัน อาจมีเกรดและราคาที่ต่างกัน
  • ลักษณะบรรจุภัณฑ์: ถุงที่ใช้เป็นถุง 2 ชั้น (Double layer)
  • เงื่อนไขการส่งสินค้า: ราคารวมค่าขนส่งถึงโรงงานหรือยัง และมีพนักงานช่วยลงของหรือไม่
  • ราคาต่อหน่วย: ตรวจสอบว่าเป็นราคาสุทธิหรือราคาที่ยังไม่รวม VAT 7% ราคาโซดาไฟอัพเดท

ข้อมูลเบื้องต้น เป็นข้อมูลที่จัดซื้อที่ต้องการสั่งซื้อโซดาไฟมาใช้ ควรรู้เบื้องต้นก่อนสั่งซื้อ โดยเอาข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาด้วย

 


แชร์ให้เพื่อน :

อัพเดทราคาโซดาไฟ ประจำวันที่ 26/03/2026

แชร์ให้เพื่อน :

อัพเดทราคาโซดาไฟ ประจำวันที่ 26/03/2026

* ช่วงนี้ราคาโซดาไฟ ขึ้นแรงมาก

  • โซดาไฟเกล็ดจีน 99% : 29 บาท (+ 7% VAT)
  • โซดาไฟเกล็ดไต้หวัน 98% : 33 บาท (+ 7% VAT)
  • โซดาไฟไข่มุกไต้หวัน 99% : (ไม่ระบุราคา)
  • โซดาไฟเกล็ด AGC (ไทย) 98% : 33  บาท (+ 7% VAT)
  • โซดาไฟไข่มุก AGC (ไทย) 99% : (ไม่ระบุราคา)

     


แชร์ให้เพื่อน :

โซดาไฟแก้ท่อตัน-ส้วมตัน อย่างถูกต้องและปลอดภัย

แชร์ให้เพื่อน :

โซดาไฟแก้ท่อตัน-ส้วมตัน อย่างถูกต้องและปลอดภัย

หากคุณกำลังประสบปัญหา ท่อตัน หรือ ส้วมตัน เรามีวิธีแก้ไขปัญหานี้ด้วย “โซดาไฟ” เพราะโซดาไฟมีฤทธิ์กัดกร่อนสูงมาก จึงช่วยแก้ปัญหาท่อตันได้เป็นอย่างดี

 

วิธีใช้โซดาไฟ แก้ท่อตัน หรือส้วมตัน

ขั้นตอนการเตรียมโซดาไฟ

  1. เตรียมโซดาไฟ ถุงล่ะ 1 กิโลกรัม
  2. ตวงโซดาไฟประมาณ 0.5 – 1 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับความรุนแรง)
  3. ละลายในน้ำประมาณ 1-2 ลิตร คนให้ละลายหมด (ระวังควันและลมที่พัดเข้าหาตัว)
  4. ค่อยๆ เทลงใน ท่อตัน หรือ ชักโครก
  5. ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาทีเพื่อให้ฤทธิ์กัดกร่อนทำงาน
  6. ราดน้ำตามในปริมาณมาก

 

การผสมโซดาไฟ กับน้ำ:

  • ห้ามเทโซดาไฟเกล็ดลงในท่อโดยตรง (เพราะจะจับตัวเป็นก้อนแข็งเหมือนปูน) ควรละลายในน้ำอุ่นก่อน

 

อุปกรณ์ป้องกัน:

  • สวมถุงมือยาง, หน้ากากอนามัย และแว่นตากันลม (สำคัญมาก เพราะโซดาไฟกัดผิวและไอระเหยเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ)

 

โซดาไฟ ซื้อที่ไหน? ราคาเท่าไหร่?

  • แหล่งจำหน่าย: ร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วไป , ร้านขายเคมีภัณฑ์ หรือสั่งออนไลน์ที่ Thaichems.com
  • ราคา: โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 80 บาทต่อถุง (ขนาด 1 กิโลกรัม)


 

 

แชร์ให้เพื่อน :

โซดาไฟไข่มุก

แชร์ให้เพื่อน :

โซดาไฟไข่มุก คืออะไร?

คู่มือครบวงจร: สรรพคุณ วิธีใช้ ราคา และความปลอดภัย

อัปเดตปี 2569 | เนื้อหาตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

สรุปสั้นๆ (Featured Snippet):

โซดาไฟไข่มุก คือ โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ในรูปทรงเม็ดกลมขนาดเล็ก มีความบริสุทธิ์สูง 99% ใช้งานง่าย ละลายน้ำได้เร็ว นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ทำความสะอาดท่อน้ำ และผลิตสบู่ และโรงงานผลิตน้ำยาทำความสะอาด โซดาไฟไข่มุกมี 2 ยี่ห้อ โดยผลิตจากประเทศไทย AGC และไต้หวัน

1. โซดาไฟไข่มุก คืออะไร?

โซดาไฟไข่มุก หรือที่เรียกในทางเคมีว่า โซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodium Hydroxide) สูตรเคมี NaOH เป็นสารประกอบอนินทรีย์ชนิดด่างแก่ มีความเป็นด่างสูงมาก มีลักษณะเป็นเม็ดกลมเล็กสีขาวคล้ายไข่มุก จึงเป็นที่มาของชื่อ “ไข่มุก” โดยแตกต่างจากโซดาไฟเกล็ด (Flakes) ตรงที่มีพื้นที่ผิวน้อยกว่า ทำให้เก็บรักษาง่ายกว่า ดูดความชื้นน้อยกว่า

โซดาไฟไข่มุกมีความบริสุทธิ์สูงถึง 98–99% หรือสูงกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารและยา

โดยโซดาไฟไข่มุกบางยี่ห้อได้รับการรับรองจาก อย. และองค์กร NSF ซึ่งสามารถนำไปใช้ในอาหารได้

ข้อมูลทางเคมีเบื้องต้น

คุณสมบัติ

ข้อมูล

ชื่อทางเคมี

Sodium Hydroxide

สูตรโมเลกุล

NaOH

ลักษณะ

เม็ดกลมสีขาว ไม่มีกลิ่น

ความบริสุทธิ์

99% (เกรดอาหาร) ได้รับการรับรอง NSF และ อย.

การละลายน้ำ

ละลายน้ำได้ง่าย

2. โซดาไฟไข่มุกใช้ทำอะไรได้บ้าง?

โซดาไฟไข่มุกมีการใช้งานหลากหลายทั้งในระดับครัวเรือนและอุตสาหกรรม ดังนี้:

2.1 ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร

โซดาไฟเกรดอาหาร (Food Grade) ได้รับการรับรอง อย. และ NSF อนุญาตให้ใช้ในกระบวนการผลิตอาหารหลายประเภท เช่น:

  • ใช้ล้างอุปกรณ์ในการผลิตอาหารได้
  • ใช้ล้างหรือทำความสะอาดอาหารบางชนิด ให้ขาวสะอาด

 

2.2 ทำสบู่และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

โซดาไฟไข่มุกนิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้ที่เป็นโรงงานผลิตสบู่และน้ำยาทำความสะอาด โซดาไฟไข่มุกเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตพวกน้ำยาทำความสะอาด

  • สบู่ก้อน: ใช้โซดาไฟไข่มุก + น้ำมัน → สบู่แข็ง
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป
  • น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอุตสาหกรรม

 

2.3 ใช้ในงานซ่อมบำรุงบ้าน

โซดาไฟไข่มุกเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการแก้ปัญหาท่อน้ำอุดตัน เนื่องจาก:

  • ย่อยสลายไขมัน เส้นผม สบู่สะสม และสิ่งสกปรกอินทรีย์อื่นๆ ในบ้านได้ดี
  • ระหยัดกว่าการจ้างช่างและน้ำยาสำเร็จรูป

 

2.4 การใช้งานอุตสาหกรรม

  • อุตสาหกรรมกระดาษและเยื่อกระดาษ
  • การบำบัดน้ำเสีย — ปรับค่า pH ของน้ำเสียกรด
  • อุตสาหกรรมสิ่งทอ — ขจัดไข และปรับสภาพเส้นใย
  • อุตสาหกรรมอื่นๆ

 

2.5 การใช้งานในการเกษตร

  • การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในคอกเลี้ยงสัตว์
  • การใช้โซดาไฟไข่มุกบำบัดน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำเช่น กุ้ง

 

 

 

3. ไฟไข่มุกที่มีจำหน่าย

โซดาไฟไข่มุกที่มีจำหน่าย

ประเภท

ขนาดบบรรจุ ต่อกระสอบ

ความเข้มข้น

หมายเหตุ

โซดาไฟไข่มุก AGC ประเทศไทย

25 กิโลกรัม

99%

  • รับรอง อย.
  • รับรอง NSF

โซดาไฟไข่มุก ไต้หวัน

25 กิโลกรัม

99%

รับรอง NSF

 

ช่องทางซื้อโซดาไฟไข่มุก

  • ร้านเคมีภัณฑ์ทั่วไป — ราคาถูก แต่ต้องเดินทางไปซื้อเอง
  • ร้านค้าออนไลน์ — thaichems.com จำหน่ายสารเคมีราคาส่ง หลากหลายชนิด
  • ร้านค้าส่งเคมีภัณฑ์ — เหมาะสำหรับปริมาณมาก
  • ตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจากโรงงาน — ราคาดีที่สุดสำหรับธุรกิจ เช่น thaichems.com

 

4. วิธีใช้โซดาไฟไข่มุกอย่างถูกต้อง

4.1 การละลายโซดาไฟ (สำหรับทำสบู่)

คำเตือน: ต้องเทโซดาไฟลงน้ำเสมอ — ห้ามเทน้ำลงโซดาไฟเด็ดขาด!

  1. เตรียมน้ำเปล่าในภาชนะทนความร้อน (ไม่ใช่อลูมิเนียม)
  2. สวมอุปกรณ์ป้องกัน: ถุงมือยาง, แว่นตานิรภัย, ผ้ากันเปื้อน
  3. ค่อยๆ เทโซดาไฟไข่มุกลงในน้ำอย่างช้าๆ พร้อมคนตลอดเวลา
  4. อุณหภูมิจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (60–90 °C) เป็นเรื่องปกติ
  5. โซดาไฟจะค่อยๆ ละลาย ในขั้นตอนนี้จะมีความร้อนเกิดขึ้น
  6. รอให้เย็นลงก่อนนำไปผสมกับน้ำมัน เพื่อทำสบู่ต่อไป

 

 

5. ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

โซดาไฟไข่มุกเป็นสารเคมีอันตรายที่ต้อง ใช้ด้วยความระมัดระวัง

5.1 อันตรายที่อาจเกิดขึ้น

  • ผิวหนัง: ทำให้เกิดแผลไหม้จากสารเคมีรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับสารละลายเข้มข้น
  • ดวงตา: อันตรายมากที่สุด อาจทำให้สูญเสียการมองเห็น หากไม่ล้างออกทันที
  • ระบบทางเดินหายใจ: ไอจากการละลายสามารถระคายเคืองปอดและทางเดินหายใจ
  • การกิน: ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด แม้เกรดอาหารก็ใช้เฉพาะในสูตรที่ระบุเท่านั้น

5.2 อุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็น (PPE)

  • ถุงมือยางหนา — ห้ามใช้ถุงมือผ้า
  • แว่นตานิรภัยหรือ Face Shield
  • ผ้ากันเปื้อนหรือชุดป้องกัน
  • รองเท้าหุ้มส้น
  • ทำงานในพื้นที่อากาศถ่ายเทดี

5.3 การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

สัมผัสผิวหนัง:

ล้างด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากอย่างน้อย 15–20 นาที ถอดเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ที่ปนเปื้อนออก หากอาการรุนแรงให้พบแพทย์ทันที

สัมผัสดวงตา:

ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือทันทีอย่างต่อเนื่อง 20–30 นาที และรีบไปพบจักษุแพทย์โดยด่วน

5.4 การเก็บรักษาโซดาไฟไข่มุก

  • เก็บในภาชนะปิดสนิท ป้องกันความชื้น เช่น กระสอบที่ผลิตจากโรงงาน (โซดาไฟดูดความชื้นจากอากาศ)
  • เก็บในที่เย็น แห้ง และมีอากาศถ่ายเท โกดังทั่วไป
  • แยกเก็บโซดาไฟ ให้ห่างจาก จากกรด สารไวไฟ และโลหะอลูมิเนียม
  • เก็บให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ติดฉลากให้ชัดเจนเสมอ

6. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โซดาไฟไข่มุกกับโซดาไฟเกล็ด ต่างกันอย่างไร?

ทั้งคู่คือโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) เหมือนกัน แต่ต่างกันที่รูปแบบ โซดาไฟไข่มุกเป็นเม็ดกลม ดูดความชื้นน้อยกว่า เก็บรักษาง่ายกว่า และปลอดภัยในการจัดการมากกว่า ส่วนแผ่นเกล็ดจะละลายเร็วกว่าเล็กน้อย และความเข้มข้นต่างกันเล็กน้อยแล้วแต่ยี่ห้อ

 

โซดาไฟไข่มุกเกรดอาหาร ต้องดูอะไรบ้าง?

ควรดูที่ความบริสุทธิ์ (ควรได้ 99%) และใบรับรองมาตรฐาน เช่น Food Grade, NSF, หรือ อย. หลีกเลี่ยงโซดาไฟที่ไม่มีเอกสารรับรองหรือแหล่งที่มาไม่ชัดเจน

 

ซื้อโซดาไฟไข่มุกต้องขอใบรับรอง หรือไม่?

ในการสั่ง โซดาไฟไข่มุก เพื่อใช้งานจำนวนมากในโรงงานอุตสาหกรรม ควรขอใบรับรอง เช่น

  • ใบ COA (Certificate of Analysis) หรือใบรับรองผลการวิเคราะห์คุณภาพสินค้า เป็นเอกสารสำคัญที่ผู้ผลิตออกให้เพื่อยืนยันว่าสินค้าหรือวัตถุดิบแต่ละล็อต
  • MSDS (Material Safety Data Sheet) เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมีที่ระบุคุณสมบัติ ความเป็นอันตราย วิธีใช้ การเก็บรักษา และการจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

โซดาไฟไข่มุกหมดอายุไหม? เก็บได้นานแค่ไหน?

โซดาไฟไม่มีวันหมดอายุในแง่เคมี แต่จะดูดความชื้นจากอากาศและกลายเป็นโซเดียมคาร์บอเนต (Na₂CO₃) ซึ่งมีฤทธิ์ด่างอ่อนกว่า หากเก็บในภาชนะปิดสนิทในที่แห้งและเย็น สามารถเก็บได้นาน 2–3 ปีโดยไม่เสื่อมสภาพ

 

สรุป

โซดาไฟไข่มุกเป็นสารเคมีอเนกประสงค์ที่มีประโยชน์ทั้งในครัวเรือนและอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการทำสบู่โฮมเมด การแก้ปัญหาท่อตัน หรือการใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ และการใช้ในการเกษตร หากใช้งานอย่างถูกวิธีและระมัดระวังตามคำแนะนำ

ก่อนซื้อ ควรพิจารณาเกรดให้เหมาะกับการใช้งาน เลือกผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือมีใบรับรองมาตรฐาน และปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดทุกครั้ง

โซดาไฟไข่มุก

โซดาไฟไข่มุก
โซดาไฟไข่มุก
โซดาไฟไข่มุกไต้หวัน
โซดาไฟไข่มุกไต้หวัน
โซดาไฟไข่มุก AGC
โซดาไฟไข่มุก AGC

แชร์ให้เพื่อน :

โซดาไฟ AGC และ โซดาไฟ อาซาฮี เป็นตัวเดียวกัน

แชร์ให้เพื่อน :

โซดาไฟ AGC และ โซดาไฟ อาซาฮี เป็นตัวเดียวกัน

ในช่วงปีที่ผ่านมา หลายคนในวงการอุสาหกรรม ที่ใช้งานโซดาไฟ คงเกิดความสับสน ว่า

โซดาไฟยี่ห้อ อาซาฮี และ โซดาไฟยี่ห้อ AGC เป็นตัวเดียวกัน หรือปล่าว?

โซดาไฟยี่ห้อ อาซาฮี (Asahi) หรือปัจจุบันคือ AGC คือโซดาไฟ คุณภาพสูงที่ผลิตโดยบริษัท เอจีซี วีนิไทย (AGC VINYTTHAI) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น

สาเหตุที่คนในวงการอุตสาหกรรมมักเรียกติดปากว่า “โซดาไฟอาซาฮี” เป็นเพราะชื่อเดิมของบริษัทคือ Asahi ก่อนจะรีแบรนด์เป็น AGC ทั่วโลกเมื่อไม่กี่ปีมานี้

ที่มาและกระบวนการผลิต

โซดาไฟของ AGC มีชื่อเสียงมากในประเทศไทย เนื่องจากมีฐานการผลิตขนาดใหญ่อยู่ที่ จังหวัดระยองภายใต้ชื่อบริษัท AGC Vinythai (เอจีซี วีนิไทย)

 

กระบวนการผลิตที่ทำให้โซดาไฟยี่ห้อนี้เป็นที่ยอมรับ มีข้อดีดังนี้:

  • ความบริสุทธิ์สูง: ปราศจากสารปนเปื้อนโลหะหนัก
  • ความเข้มข้นมาตรฐาน: ส่วนใหญ่อยู่ที่ ความเข้มข้น 98% สำหรับแบบเกล็ด , ความเข้มข้น 99% สำหรับ โซดาไฟไข่มุก และ 50% สำหรับโซดาไฟแบบน้ำ
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: กระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ประเภทที่นิยมใช้ในท้องตลาดและงานอุตสหกรรม 

ในไทยเราจะเห็นโซดาไฟ AGC หลักๆ อยู่ 3 รูปแบบ:

1.โซดาไฟเกล็ด (Caustic Soda Flakes 98%): บรรจุในถุงกระสอบสีขาว ขนาด 25 กิโลกรัม
เอกลักษณ์คือเกล็ดจะขาวสะอาด ละลายน้ำได้ดีมาก นิยมใช้ในงานล้างคราบไขมัน อุตสาหกรรมสบู่ และการบำบัดน้ำเสีย และโรงงานอุตสาหกรรม

ข้อดีคือ ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (FOOD ADDITIVE) ได้ เพราะได้รับการรับรอง มาตรฐาน NSF และ อย.

ข้อมูลเพิ่มเติม โซดาไฟเกล็ด AGC

 

2. โซดาไฟไข่มุก (CAUSTIC SODA MICROPEARLS 99%) : โซดาไฟลักษณะเม็ดกลมเล็ก คล้ายไข่มุก มีความบริสุทธิ์สูงถึง 99% ใช้งานง่าย ละลายน้ำง่าย นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เพราะได้รับการรับรอง อย และ NSF

ข้อดีคือ ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (FOOD ADDITIVE) ได้ เพราะได้รับการรับรอง มาตรฐาน NSF และ อย.

ข้อมูลเพิ่มเติม โซดาไฟไข่มุก AGC

 

3.โซดาไฟน้ำ (Caustic Soda water 50%): เป็นสารละลายโซดาไฟ มีความใส พร้อมใช้งานทันที มักส่งด้วยการบรรจุถังขนาด 20 ลิตร หรือรถแทงค์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ข้อมูลเพิ่มเติม โซดาไฟน้ำ AGC 50%

 

สรุปความแตกต่างของโซดาไฟอาซาฮี และโซดาไฟ AGC 

หากคุณไปซื้อแล้วเจอคนขายบอกว่า “โซดาไฟอาซาฮี” หรือ “โซดาไฟ AGC ” ให้เข้าใจว่าเป็น **ตัวเดียวกัน** ครับ เพียงแต่เป็นชื่อเรียกเก่ากับชื่อเรียกใหม่ โดยถือเป็นเกรดอุตสาหกรรม (Industrial Grade) ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทยเพราะหาซื้อง่ายและคุณภาพนิ่งครับ

 

**ข้อควรระวัง:**

ไม่ว่าจะยี่ห้อใด โซดาไฟมีฤทธิ์กัดกร่อนสูงมาก เมื่อละลายน้ำจะเกิดความร้อนสูง (Exothermic reaction) ควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือยางและแว่นตากันกระแสกระเด็นทุกครั้งครับ

โซดาไฟไข่มุก AGC
โซดาไฟไข่มุก AGC

 

 

โซดาไฟเกล็ด AGC
โซดาไฟเกล็ด AGC

 


แชร์ให้เพื่อน :

โซดาไฟจีน ลอตปี 2569

แชร์ให้เพื่อน :

โซดาไฟจีน ลอตปี 2569

โซดาไฟที่ผลิตจากประเทศจีน อาจจะมีความแตกต่างกันของกระสอบในแต่ละลอต หรือแต่ละปี
โดยกระสอบของโซดาไฟ ลอตปี 2569 มีกระสอบตามรูป

ข้อมูล จากกระสอบด้านหน้า

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

  • ชื่อสารเคมี: Caustic Soda Flakes หรือ โซดาไฟแบบเกล็ด
  • สูตรทางเคมี:  NaOH (โซเดียมไฮดรอกไซด์)
  • ความบริสุทธิ์ 98.5% – 99% (ถือว่าเป็นเกรดที่มีความเข้มข้นสูงมาก)
  • น้ำหนักสุทธิ (Net Weight): 25.0 กิโลกรัม
  • น้ำหนักรวม (Gross Weight): 25.1 กิโลกรัม (รวมน้ำหนักกระสอบ)
  • แหล่งผลิต: ผลิตในประเทศจีน (Made in China)

ข้อมูลการขนส่งและมาตรฐานความปลอดภัย (รหัส UN)

สัญลักษณ์วงกลมที่มีอักษร u/n ด้านล่าง หมายถึงบรรจุภัณฑ์นี้ผ่านมาตรฐานการขนส่งสารอันตรายระหว่างประเทศ:

  • 5H3: เป็นรหัสประเภทถุงพลาสติกสานที่มีซับในกันความชื้น
  • Y26: บ่งบอกว่าบรรจุภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับสารอันตรายประเภทความรุนแรงปานกลาง (Packing Group II) และรับน้ำหนักได้สูงสุด 26 กิโลกรัม
  • S: หมายถึงใช้บรรจุของแข็ง (Solid)

การใช้งานโซดาไฟควรใช้อุปกรณ์ป้องกันที่แนะนำ:

ควรใส่ถุงมือยางหนา, แว่นตากันสารเคมี, หน้ากากอนามัย และผ้ากันเปื้อนพลาสติกทุกครั้งที่ใช้งาน


ข้อมูล จากกระสอบด้านหลัง

1. ข้อมูลพื้นฐานของสารเคมี

  • ชื่อสารเคมี: โซดาไฟเกล็ด (Caustic Soda Flakes) หรือชื่อทางเคมีคือ โซเดียมไฮดรอกไซด์ (Sodium Hydroxide – NaOH)
  • รหัสสากล (UN Number): UN 1823 ซึ่งใช้ระบุตัวตนของสารในระบบการขนส่งสารอันตรายทั่วโลก
  • ประเภทความเป็นอันตราย: มีสัญลักษณ์เลข 8 (Class 8 Corrosive) หมายถึง สารกัดกร่อน

2. การนำไปใช้งาน (ตามฉลาก)

สารนี้เป็นสารเคมีอเนกประสงค์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น:

  • อุตสาหกรรมสิ่งทอและอุตสาหกรรมเบา
  • การผลิตกระดาษ
  • อุตสาหกรรมปิโตรเลียม
  • การบำบัดน้ำเสีย (ใช้ปรับค่า pH)
  • อุตสาหกรรมเคมีทั่วไป

 

3. คำเตือนและการเก็บรักษา

  • สถานที่เก็บ: ต้องเก็บในที่ แห้งและระบายอากาศได้ดี ห้ามโดนฝนหรือความชื้นเด็ดขาด เพราะโซดาไฟจะดูดความชื้นจากอากาศและอาจเกิดความร้อนหรือละลายได้

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น (ระบุบนฉลาก):

  • หากกระเด็นเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันที
  • หมายเหตุเพิ่มเติมจากฉลากการล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันที คือวิธีที่ปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด
  • ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

 

⚠️ ข้อควรระวังเพิ่มเติม (สำคัญมาก)

  • การสัมผัส: สารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงมาก สามารถทำให้ผิวหนังไหม้ (Chemical Burn) และหากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้
  • อุปกรณ์ป้องกัน: ทุกครั้งที่ใช้งาน ต้อง สวมถุงมือยาง แว่นตานิรภัย  และหน้ากากป้องกัน เพราะฝุ่นของเกล็ดโซดาไฟอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
  • การผสมน้ำ: หากต้องละลายน้ำ ให้ค่อยๆ เทโซดาไฟลงในน้ำ ห้ามเทน้ำลงในกองโซดาไฟ เพราะจะเกิดปฏิกิริยาคายความร้อนอย่างรุนแรงจนสารเคมีกระเด็นใส่ได้


แชร์ให้เพื่อน :