โซเดียมซัลเฟต (Sodium Sulfate) 99%

แชร์ให้เพื่อน :

โซเดียมซัลเฟต (Sodium Sulfate) 99%
– SODIUM SULPHATE ANHYDROUS
– Na2 S04 99%MIN
– ดีเกลือไทย บริสุทธิ์ 99%

 

– ยี่ห้อ ม้าดำ BLACK HORSE
– Na2 S04 99%MIN
– น้ำหนัก 50 กิโลกรัม (KG)

– ยี่ห้อจีน
– Na2 S04 99%MIN
– น้ำหนัก 50 กิโลกรัม (KG)


คุณสมบัติทางเคมีของโซเดียม ซัลเฟต

– ละลายในน้ำได้ดี
– ไม่ทำปฏิกิริยาอย่างรุนแรงกับสารส่วนใหญ่
– ไม่ติดไฟ
– มีจุดหลอมเหลวประมาณ 884°C
– มีฤทธิ์เป็นกลางทางเคมี

 

การใช้งานโซเดียมซัลเฟต

✅ อุตสาหกรรมผงซักฟอก
– ช่วยป้องกันผงซักฟอกจับตัวเป็นก้อน
– ช่วยให้ผงซักฟอกกระจายตัวได้ดีในน้ำ

✅ อุตสาหกรรมสิ่งทอ
– ช่วยควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่างในกระบวนการย้อมผ้า และช่วยให้สีย้อมซึมเข้าสู่เนื้อผ้าได้อย่างสม่ำเสมอ

✅ อุตสาหกรรมกระดาษ
– ช่วยแยกเส้นใยไม้ และทำให้เยื่อกระดาษมีคุณภาพดี

✅ อุตสาหกรรมแก้ว
– ใช้ลดปริมาณฟองอากาศในระหว่างหลอมแก้ว
– ช่วยให้ได้แก้วที่ใสและแข็งแรงขึ้น

✅ การใช้งานในห้องแล็บ
– ใช้เป็น สารดูดน้ำจากสารอินทรีย์
– ใช้ในการทดลองเพื่อควบคุมความชื้น

โซเดียมซัลเฟต หรือเรียกว่าดีเกลือไทย
ได้มาจากการทำนาเกลือ ในตำรับยาโบราณใช้เป็นยาถ่าย ยาขับปัสสาวะ ใช้ผสมในน้ำแข็งเพื่อเพิ่มความเย็น ใช้ในอุตสาหกรรมย้อมผ้าและพิมพ์ผ้า


เราสามารถพบเจอโซเดียม ซัลเฟต ได้ในสิ่งของต่างๆ ดังนี้ เช่น
– ผงซักฟอกหรือผงซักผ้าทั่วไป
– น้ำยาทำความสะอาด
– ผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้า


แชร์ให้เพื่อน :

การใช้คลอรีน กับสระว่ายน้ำ

แชร์ให้เพื่อน :

การใช้คลอรีน กับสระว่ายน้ำ

การใช้คลอรีนกับสระว่ายน้ำ เป็นสิ่งที่นิยมและสำคัญมาก เพื่อรักษาความสะอาดและความปลอดภัยของผู้ใช้งานสระว่ายน้ำ โดยคลอรีนช่วยฆ่าเชื้อโรคในสระว่ายน้ำเป็นหลัก และยังมีประโยชน์อื่นโดยสามารถอธิบายได้ดังนี้ครับ

ข้อดีของการใช้คลอรีนในสระว่ายน้ำ

– ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย
คลอรีนสามารถทำลายเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ในน้ำได้ดี

– ควบคุมการเกิดตะไคร่น้ำในสระว่ายน้ำ
ลดการเจริญเติบโตของสาหร่าย ทำให้น้ำใส ไม่เขียว

– รักษาน้ำในสระให้ใสสะอาด
คลอรีนช่วยให้น้ำไม่มีกลิ่นเหม็นอับ และคงความใส น่าใช้งาน
*** แต่อาจจะมีกลิ่นคลอรีนบ้าง

นอกจากนี้คลอรีน ช่วยจับตัวตะกอนสิ่งสกปรกในสระว่ายน้ำ ให้มีขนาดใหญ่ ง่ายต่อการกรองทำความสะอาด

– ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานสระว่ายน้ำ
หากควบคุมปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางผิวหนังและดวงตา แต่หากเติมคลอรีนมากเกินไปในสระว่ายน้ำ อาจจะเกิดความระคายเคืองต่อผิวหนังหรือดวงตา สำหรับผู้ที่แพ้คลอรีน ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานสระว่ายน้ำแบบคลอรีน หรือหากเติมคลอรีนมากเกินไปก็อาจจะมีกลิ่นคลอรีนมากเกินไป


ค่าคลอรีน มาตรฐานในสระว่ายน้ำ ที่เหมาะสม
– สำหรับสระในบ้าน 1.0 PPM
– สำหรับสระบริการ, สระน้ำสาธารณะ 1.5 – 2.0 PPM

ค่า pH มาตรฐานในสระว่ายน้ำ
– ค่า pH สำหรับสระว่ายน้ำทั่วไป ควรจะมี pH 7.4 (หรืออยู่ระหว่าง 7.2 – 7.6)
– ถ้า pH ต่ำกว่ามาตรฐาน ค่าน้ำมีความเป็นกรด
– ถ้า pH สูงกว่ามาตรฐาน ค่าน้ำมีความเป็นด่าง

การเติมคลอรีน
การเติมคลอรีน ควรเติมในอัตราส่วน 250-300 กรัม ต่อน้ำ 100 คิว จะได้ค่าคลอรีนประมาณ 1.0 – 1.5 ppm.


วิธีเลือกคลอรีน

ชนิดของคลอรีน

– คลอรีนผง/เกล็ด : นิยมใช้บ่อย ละลายน้ำได้ดี ราคาประหยัด
– คลอรีนเม็ด : สะดวก ค่อยๆ ละลาย เหมาะกับการบำรุงรักษาประจำ
– คลอรีนน้ำ : ใช้ง่าย แต่หมดฤทธิ์เร็ว ต้องเติมบ่อย

 

เลือกคลอรีนตามความสะดวกในการใช้งาน

– สระเล็กหรือใช้ส่วนตัว → คลอรีนเม็ด หรือผง หรือเกล็ดก็ได้
– สระใหญ่หรือสระว่ายน้ำในโรงแรม หรือสระสาธารณะ → คลอรีนผงหรือคลอรีนเกล็ด หรือคลอรีนน้ำ แล้วแต่ความสะดวกในการใช้งาน

 

เลือกคลอรีนที่มีมาตรฐาน
เลือกผลิตภัณฑ์คลอรีนที่ได้รับการรับรองด้านคุณภาพและความปลอดภัย (เช่น มอก. หรือ มาตรฐานสากล)


คลอรีนที่มีขาย

แชร์ให้เพื่อน :

การใช้งานกรดเกลือ ในงานต่างๆ

แชร์ให้เพื่อน :

การใช้งานกรดเกลือ ในงานต่างๆ

การใช้งานกรดเกลือ (Hydrochloric Acid, HCl) ที่นิยมใช้ในงานต่าง ๆ พร้อมตัวอย่าง อัตราส่วนและวิธีการใช้งาน (เน้นสำหรับงานทั่วไป ไม่ใช่เชิงอุตสาหกรรมหนัก)

กรดเกลือ ถือเป็นสารเคมีที่มีการใช้งานในครัวเรือน หรือแก้ปัญหาต่างๆได้หลากหลาย วันนี้เรามาดู 10 วิธีการใช้งานกรดเกลือกันครับ

10 ตัวอย่างการใช้งานกรดเกลือ ในงานต่างๆ

1. ล้างคราบปูนบนพื้นหรือผนัง

* อัตราส่วน: กรดเกลือ 1 ส่วน : น้ำ 10 ส่วน
* วิธีใช้: ใช้แปรงขัดบริเวณคราบปูน แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที


2. ล้างคราบสนิมบนเหล็ก

* อัตราส่วน: กรดเกลือ 1 ส่วน : น้ำ 20 ส่วน
* วิธีใช้: แช่หรือทาบริเวณที่มีสนิม ทิ้งไว้ 2–5 นาที จากนั้นล้างน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง


3. ล้างคราบหินปูน ในห้องน้ำ

* อัตราส่วน: กรดเกลือ 1 ส่วน : น้ำ 15 ส่วน
* วิธีใช้: ราดหรือพ่นลงบนคราบหินปูน ขัดเบา ๆ แล้วล้างออก


4. ล้างคราบตะกรันในท่อระบาย

* อัตราส่วน: กรดเกลือ 1 ส่วน : น้ำ 10 ส่วน
* วิธีใช้: เทสารละลายลงไป ทิ้งไว้ 5–10 นาที แล้วตามด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก


5. ทำความสะอาดพื้นคอนกรีต

* อัตราส่วน: กรดเกลือ 1 ส่วน : น้ำ 20 ส่วน
* วิธีใช้: ราดสารละลายลงบนพื้นคอนกรีต ขัดเบา ๆ เพื่อเปิดผิว แล้วล้างน้ำสะอาด


6. ล้างคราบสกปรกบนอิฐหรือหินก่อสร้าง

* อัตราส่วน: กรดเกลือ 1 ส่วน : น้ำ 10–15 ส่วน
* วิธีใช้: ใช้แปรงขัดหรือพ่น แล้วรีบล้างออกด้วยน้ำ


7. กรดเกลือใช้ปรับค่า pH ในน้ำ (เช่น ในสระว่ายน้ำ)

* อัตราส่วน: เติมกรดเกลือเจือจางทีละน้อย (3 ลิตร ต่อน้ำ 100 ลบ.ม.)

น้ำ 100 ลบ.ม. = 100,000 ลิตร
น้ำ 100 ลบ.ม. = 100 คิว

* วิธีใช้: ตรวจสอบค่า pH ด้วยชุดทดสอบ ควรให้อยู่ระหว่าง 7.2–7.6


8. ล้างคราบซีเมนต์บนเครื่องมือก่อสร้าง

* อัตราส่วน: กรดเกลือ 1 ส่วน : น้ำ 10–15 ส่วน
* วิธีใช้: แช่หรือขัด แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด


9. ใช้ในโรงงานอาหารเพื่อทำความสะอาดอุปกรณ์สแตนเลส

* อัตราส่วน: กรดเกลือ 1 ส่วน : น้ำ 50 ส่วน (เจือจางมาก)
* วิธีใช้: เช็ด/ล้างคราบตะกรัน แล้วล้างซ้ำหลายรอบด้วยน้ำสะอาด


10. ใช้ในกระบวนการผลิตโลหะ

* อัตราส่วน: ความเข้มข้น 10–15% (ขึ้นกับการผลิต)
* วิธีใช้: แช่โลหะในกรดเกลือเพื่อขจัดออกไซด์และคราบสนิม ก่อนเคลือบหรือชุบ

⚠️ ข้อควรระวังในการใช้กรดเกลือ

  • สวมถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นตานิรภัยทุกครั้ง
  • ห้ามใช้กรดเกลือในที่อับอากาศ ควรมีการระบายอากาศดี
  • ห้ามผสมกรดเกลือกับสารฟอกขาว (คลอรีน) เพราะจะเกิดก๊าซพิษ


แชร์ให้เพื่อน :

การใช้โซดาไฟในครัวเรือนและชีวิตประจำวัน

แชร์ให้เพื่อน :

การใช้โซดาไฟในครัวเรือนและชีวิตประจำวัน

1.ขจัดสิ่งอุดตันในท่อระบายน้ำ: นี่คือการใช้งานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โซดาไฟมีคุณสมบัติในการกัดกร่อนและละลายอินทรียวัตถุต่างๆ ได้ดีเยี่ยม เช่น เส้นผม, เศษอาหาร, คราบไขมัน, และคราบสบู่ที่สะสมจนทำให้น้ำไหลช้าหรือท่ออุดตัน ดังนั้นจึงนิยมนำโซดาไฟมาใช้ละลายเศษขยะพวกนี้

การใช้งาน: มักจะใช้โซดาไฟแบบเกล็ดหรือเม็ดละลายในน้ำแล้วเทลงในท่อ เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาและสลายสิ่งอุดตัน

ข้อมูล : การใช้โซดาไฟแก้ปัญหาท่อตัน

 

2.ทำความสะอาดคราบไขมันในครัว: เนื่องจากคุณสมบัติในการกัดกร่อนไขมันได้ดี โซดาไฟจึงถูกนำไปใช้ทำความสะอาดคราบไขมันหนักๆ ตามพื้นโรงงาน, ห้องครัว, หรือคราบไหม้ที่ติดแน่นตามภาชนะบางชนิด โดยใช้โซดาไฟละลายน้ำแล้วนำไปราด เพื่อกัดกร่อนคราบต่างๆ

3.ใช้เป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมขนาดเล็ก: บางครั้งผู้คนก็ค้นหาโซดาไฟเพื่อนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น การทำสบู่ก้อนหรือผงซักฟอกใช้เอง (แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังสูงมาก)
ข้อมูล : การใช้โซดาไฟทำสบู่

ข้อมูลข้างต้น เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โซดาไปในครัวเรือน เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ


แชร์ให้เพื่อน :

อัพเดทราคาโซดาไฟ สิงหาคม 2568

แชร์ให้เพื่อน :

อัพเดทราคาโซดาไฟ สิงหาคม 2568

โซดาไฟจีน 

  • 26.50 บาท ต่อ กิโลกรัม
  • ราคาสั่งขั้นต่ำ 500 กิโลกรัม ขึ้นไป

โซดาไฟไต้หวัน

โซดาไฟเกล็ดไต้หวัน

  • 30.00 บาท ต่อ กิโลกรัม
  • ราคาสั่งขั้นต่ำ 500 กิโลกรัม ขึ้นไป

 

โซดาไฟไข่มุกไต้หวัน

  • 31.00 บาท ต่อ กิโลกรัม
  • ราคาสั่งขั้นต่ำ 500 กิโลกรัม ขึ้นไป

 


โซดาไฟอาซาฮี

โซดาไฟเกล็ดอาซาฮี

  • 29.75 บาท ต่อ กิโลกรัม
  • ราคาสั่งขั้นต่ำ 500 กิโลกรัม ขึ้นไป

 

โซดาไฟไข่มุกอาซาฮี

  • 30.00 บาท ต่อ กิโลกรัม
  • ราคาสั่งขั้นต่ำ 500 กิโลกรัม ขึ้นไป

แชร์ให้เพื่อน :

การใช้โซดาไฟในฟาร์มเลี้ยงสัตว์

แชร์ให้เพื่อน :

การใช้โซดาไฟในฟาร์มเลี้ยงสัตว์

สวัสดีครับ วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน โซดาไฟ ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์มาฝากกันครับ ว่าโซดาไฟใช้งานอะไรบ้างในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เช่น ฟาร์มหมู ฟาร์มไก่ ใช้งานอย่างไรบ้าง

1.โซดาไฟใช้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นที่ฟาร์ม ล้างพื้น กรง อุปกรณ์
โดยผสมโซดาไฟกับน้ำ:
ผสมโซดาไฟกับน้ำในอัตราส่วน 1-2 กิโลกรัมต่อน้ำ 100 ลิตร ใช้ล้างทำความสะอาดพื้นที่ฟาร์ม และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น กรง คอก เล้า เป็นต้น เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค

2.ใช้ในการทำความสะอาดอุปกรณ์และรถขนส่ง โดยผสมโซดาไฟกับน้ำในอัตราส่วน ผสมโซดาไฟกับน้ำในอัตราส่วน 1-2 กิโลกรัมต่อน้ำ 100 ลิตร

3.โซดาไฟใช้ปรับ pH น้ำในระบบฟาร์ม

วิธีการใช้โชดาไฟปรับ pH น้ำในระบบฟาร์ม:
1. ประเมินค่า pH ของน้ำ:
วัดค่า pH ของน้ำในระบบฟาร์มว่ามีค่าต่ำ (เป็นกรด) อยู่ในระดับใด โดยปกติโซดาไฟจะใช้ในการปรับสภาพน้ำที่มีความเป็นกรด เพราะโซดาไฟเป็นด่างแรงมาก

2. คำนวณปริมาณโชดาไฟที่ต้องการ:
คำนวณปริมาณโชดาไฟที่เหมาะสม โดยอ้างอิงจากปริมาณน้ำและค่า pH เริ่มต้นที่ต้องการปรับค่า pH ตามเป้าหมายที่ต้องการ

3. ผสมโซดาไฟกับน้ำ (หากจำเป็น):
หากใช้โชดาไฟในรูปเกล็ด ควรผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่แนะนำ เช่น โชดาไฟ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 0.5-1 ลิตร คนให้ละลายหมด

4. เติมโซดาไฟลงในระบบ:
เติมโชดาไฟทีละลายแล้ว (หรือโซดาไฟน้ำ) ลงในบ่อหรือระบบน้ำอย่างระมัดระวัง อาจเทบริเวณที่มีการหมุนเวียนของน้ำเพื่อช่วยในการกระจายตัว.

5. ตรวจสอบและปรับค่า pH อย่างต่อเนื่อง:
คอยวัดค่า pH ของน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าค่า pH อยู่ในระดับที่ต้องการ และอาจต้องเติมโซดาไฟซ้ำหากยังไม่ได้ตามเป้าหมาย

 

คำแนะนำการใช้งานโซดาไฟอย่างปลอดภัย
– โซดาไฟมีความเข้มข้นสูง สามารถกัดผิวหนัง, ตา และวัสดุโลหะได้
– ผู้ปฏิบัติงานควรสวมถุงมือยาง, แว่นตานิรภัย และเสื้อผ้าที่กันสารเคมีได้
– หลังใช้งานต้องล้างพื้นที่ด้วยน้ำสะอาด
– ควรเว้นสัตว์ออกจากพื้นที่ก่อนใช้งานโซดาไฟ และเว้นระยะหลังใช้งานสัก 1 สัปดาห์ ก่อนนำสัตว์เข้าฟาร์ม


แชร์ให้เพื่อน :

กรดเกลือ 35% ราคาเท่าไหร่

แชร์ให้เพื่อน :

กรดเกลือ 35% ราคาเท่าไหร่

กรดเกลือจะบรรจุในถัง ราคา 199-250 บาท ต่อถัง 
* แล้วแต่ร้านค้า หรือผู้จัดจำหน่าย

  • กรดเกลือ 20 ลิตร ราคาเท่าไหร่
    กรดเกลือ 20 ลิตร ราคา ราคา 199-250 บาท แล้วแต่ร้านค้า หรือผู้จัดจำหน่าย

 

  • กรดเกลือ 1 ถัง มีกี่ลิตร
    กรดเกลือแบบแกลลอน มี 20-25 ลิตร
    กรดเกลือแบบถังใหญ่ 200 ลิตร

#กรดเกลือ #กรดเกลือไฮโดรคลอริก

 


แชร์ให้เพื่อน :

การขนส่งกรดเกลือ

แชร์ให้เพื่อน :

การขนส่งกรดเกลือ

กรดเกลือเป็นสารเคมีชนิดน้ำ ที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง และอาจจะมีอันตรายหากใช้งานหรือขนส่งไม่ดี อาจจะกัดก่อนสิ่งของต่างๆ โดยกรดเกลือนั้นมักจะบรรจุในแกลลอนหรือถังขนาด 20-25 ลิตร

วันนี้ เรามาดูวิธีการบรรจุและขนส่งกรดเกลือให้ปลอดภัย

การบรรจุกรดเกลือในถังพลาสติกหรือแกลลอนที่มีความทนทานต่อสารเคมี เพื่อป้องกันการรั่วไหลและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง

การบรรจุและการขนส่งกรดเกลือ

1. การบรรจุในถังพลาสติก: กรดเกลือมักถูกบรรจุในถังพลาสติกขนาดต่าง ๆ เช่น 20 ลิตร หรือ 25 กิโลกรัม โดยถังเหล่านี้จะมีป้ายเตือนและสัญลักษณ์ความเป็นอันตรายอย่างชัดเจน หรือฉลากอย่างชัดเจน โดยนขั้นตอนการขนส่งอาจจะใช้ถุงดำหุ้มอีกชั้นเพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

2. การขนส่งด้วยรถบรรทุก: ถังกรดเกลือจะถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบในรถบรรทุก โดยใช้เป็นรถกระบะตู้ทึบ เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ระหว่างการขนส่ง และมักมีการใช้วัสดุป้องกันเพิ่มเติม เช่น พาเลทไม้ หรือสายรัด เพื่อความปลอดภัย

3. การติดป้ายเตือน: รถขนส่งสารเคมีอันตรายจะต้องมีการติดป้ายเตือนและสัญลักษณ์ที่ระบุถึงความเป็นอันตรายของสารเคมีที่ขนส่ง เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม

 

ข้อควรระวังในขั้นตอนการจัดส่งกรดเกลือ

  • การบรรจุและปิดผนึก: ต้องมั่นใจว่าถังบรรจุกรดเกลือมีการปิดผนึกอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการรั่วไหล
  • การจัดเก็บ: ควรจัดเก็บถังกรดเกลือในที่ที่มีการระบายอากาศดี ห่างจากแหล่งความร้อน และสารเคมีอื่น ๆ ที่อาจทำปฏิกิริยากันได้
  • การขนส่ง: ควรใช้รถขนส่งที่มีอุปกรณ์ป้องกันการรั่วไหล เช่นกระบะที่เป็นลักษณะตู้ทึบ เป็นต้น


แชร์ให้เพื่อน :

จัดส่ง กรดเกลือ 200 ถังให้ลูกค้า

แชร์ให้เพื่อน :

จัดส่ง กรดเกลือ 200 ถังให้ลูกค้า

ภาพการจัดส่งกรดเกลือ ให้ลูกค้าที่เป็นร้านค้า สั่งกรดเกลือสำหรับไปไว้จำหน่ายจำนวน 200 ถัง 

แชร์ให้เพื่อน :

ใช้โซดาไฟอย่างไรให้ปลอดภัย

แชร์ให้เพื่อน :

ใช้โซดาไฟอย่างไรให้ปลอดภัย

โซดาไฟ ถือเป็น สารเคมีที่มีความอันตราย และควรใช้อย่างระมัดระวัง

การใช้ โซดาไฟ (Sodium Hydroxide) ให้ปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง หากใช้งานโดยไม่ระมัดระวังอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายผู้ใช้งาน คนรอบข้าง และสิ่งแวดล้อมได้

อันตรายที่อาจจะเกิดจากโซดาไฟ

  • การกัดกร่อนที่รุนแรง อาจจะกัดกร่อนผิวหนัง จนเป็นบาดแผลได้ 
  • การสูดดมอาจจะทำให้หายใจลำบาก อึดอัด

 

✅ วิธีใช้โซดาไฟให้ปลอดภัย

1. สวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง

  • สวมใส่ถุงมือยางหนา (ชนิดทนเคมี)
  • สวม แว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันกระเด็นเข้าตา
  • ใช้ หน้ากาก ปิดจมูกและปาก ไม่สูดดมควันจากโซดาไฟ
  • ใส่ รองเท้าบูท และเสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันผิวหนังจากโซดาไฟ

 

2. ผสมโซดาไฟอย่างถูกวิธี

  • ใช้ภาชนะพลาสติกแข็งหรือเหล็กเคลือบ ในการละลายโซดาไฟเกล็ดกับน้ำ
  • ค่อยๆ เทโซดาไฟ ลงในน้ำ (ห้ามเทน้ำลงบนโซดาไฟเด็ดขาด!)
  • คนให้ละลายจนหมด ระวังความร้อนที่เกิดขึ้นขณะทำปฏิกิริยา
  • อย่าใช้น้ำเย็นจัดหรือร้อนจัด เพราะอาจเกิดปฏิกิริยารุนแรง
  • ไม่ผสมโซดาไฟกับสารเคมีชนิดอื่น ด้วยตนเอง หากจะผสมควรปรึกษา หรือทำโดยผู้เชี่ยวชาญสารเคมี

 

3. ห้ามสัมผัสหรือสูดดมโดยตรง ห้ามสูดดมควันที่เกิดจากโซดาไฟ

  • อย่าใช้มือเปล่าสัมผัสผงโซดาไฟ หรือเกล็ดโซดาไฟ หรือสูดดมใกล้ๆ
  • หากกระเด็นใส่ร่างกาย ให้รีบล้างน้ำสะอาดจำนวนมากทันที และไปพบแพทย์

 

4. จัดเก็บโซดาไฟอย่างปลอดภัยและเหมาะสม

  • เก็บโซดาไฟใน หรือบรรจุภัณฑ์ที่มาจากโรงงาน หรือภาชนะปิดมิดชิด ห่างจากความชื้น
  • ห้ามเก็บใกล้วัตถุไวไฟ กรด หรือของกิน
  • ห้ามวางในที่ที่เด็กหรือสัตว์เข้าถึงได้
  • ควรวางโซดาไฟ ให้ห่างจากพื้น โดยใช้ไม้หรือพาเลทไม้รอง เพื่อวางโซดาไฟให้ห่างจากพื้น

 

⚠️ หมายเหตุสำคัญ

  • ห้ามผสมโซดาไฟกับกรดหรือสารเคมีอื่นเอง หากจะผสมต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • ห้ามใช้ในที่อับหรือไม่มีอากาศถ่ายเท
  • ล้างภาชนะและอุปกรณ์ให้สะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน
  • ทำความสะอาดร่างกาย ล้างหรืออาบน้ำหลังใช้งานโซดาไฟ


แชร์ให้เพื่อน :